สรุป 1MDB กองทุนที่อื้อฉาว ของมาเลเซีย

สรุป 1MDB กองทุนที่อื้อฉาว ของมาเลเซีย

7 ส.ค. 2019
สรุป 1MDB กองทุนที่อื้อฉาว ของมาเลเซีย / โดย ลงทุนแมน
เศรษฐกิจของมาเลเซียไม่ค่อยดี
คำนี้เราคงได้ยินหลายคนพูดกัน
แต่หนึ่งในเรื่องที่อื้อฉาวของมาเลเซียในช่วงที่ผ่านมาก็คือ
เงินของกองทุน 1MDB หายไปกว่า 100,000 ล้านบาท
ว่ากันว่านี่คือ
การปล้นเงินรัฐครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของ ประเทศมาเลเซีย
เรื่องนี้อื้อฉาวอย่างไร ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
หลายประเทศในโลกนี้ จะมีกองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติ (Sovereign Wealth Fund)
ซึ่งจัดตั้งเพื่อนำเงินของรัฐไปลงทุนหาผลตอบแทนให้แก่ประเทศ
1Malaysia Development Berhad (1MDB) เป็นหนึ่งในกองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติ ของประเทศมาเลเซีย
1MDB ถูกจัดตั้งขึ้นในปี 2009 สมัยรัฐบาล นาจิบ ราซัก โดยอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงการคลังมาเลเซีย
กองทุนนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อนำเงินมาใช้การพัฒนาเศรษฐกิจระยะยาวของมาเลเซีย โดยมุ่งเน้นลงทุนในโครงการต่างๆ ในหลายธุรกิจตั้งแต่ธุรกิจพลังงาน อสังหาริมทรัพย์ การท่องเที่ยว เพื่อนำกำไรกลับเข้ามาพัฒนาประเทศ
รวมถึงพัฒนากรุงกัวลาลัมเปอร์ให้เป็นศูนย์กลางทางการเงินของภูมิภาค และให้ประเทศมาเลเซียเป็นประเทศที่มีรายได้สูงภายในปี 2020
Cr. Goldsmiths, University of London
สำหรับกองทุน 1MDB นั้นไม่ได้ใช้ทุนสำรองระหว่างประเทศมาเป็นเงินกองทุน
กองทุนนี้มีเงินตั้งต้นจากรัฐบาลมาเลเซียเพียง 7.5 ล้านบาท และใช้วิธีกู้ยืมเงินจากต่างประเทศ
เมื่อใช้วิธีกู้ยืม กองทุนก็มีภาระดอกเบี้ยการกู้ยืมที่ต้องจ่ายให้กับเจ้าหนี้
ในปี 2014 กองทุนรายงานผลขาดทุนกว่า 5,000 ล้านบาท โดยให้เหตุผลว่า มีภาระดอกเบี้ยจ่ายสูง เนื่องจากมีหนี้สินจำนวนมาก
โดยในปี 2015 หรือเพียง 6 ปีหลังการก่อตั้งกองทุน หนี้ของกองทุนมีมากกว่า 372,000 ล้านบาท
ในปี 2016 หนังสือพิมพ์ The Wall Street Journal ได้เปิดเผยว่าโครงการต่างๆ ที่ 1MDB ไปลงทุน โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมน้ำมัน และอุตสาหกรรมเหมืองแร่ที่ต่างประเทศนั้น ไม่ได้สร้างกำไรเลย
พอเรื่องเป็นแบบนี้ คณะทำงานพิเศษสืบสวนกรณีทุจริต 1MDB จึงเริ่มตั้งข้อสงสัย และเริ่มตรวจสอบว่า เงินกองทุนนั้นมีการไปลงทุนที่ไหนบ้าง
ซึ่งจากการตรวจสอบกลับพบว่า เงินบางส่วนไม่ได้มีการลงทุนตามวัตถุประสงค์ของกองทุน
ที่เลวร้ายกว่านั้นคือ เงินจำนวนกว่า 21,100 ล้านบาท กลับถูกโอนไปยังบัญชีส่วนตัวของ นาจิบ ราซัก นายกรัฐมนตรีมาเลเซียในเวลานั้น
ในเวลาต่อมา กระทรวงยุติธรรมสหรัฐเปิดเผยว่า เงินที่นาจิบ ราซัก ยักยอกจาก 1MDB โดยผ่านการฟอกเงินที่ธนาคารต่างประเทศนั้นมีไม่ต่ำกว่า 100,000 ล้านบาท โดยเงินเหล่านั้นถูกนำไปซื้อของใช้หรูหรา ฟุ่มเฟือยแก่ตนเอง และครอบครัว
พอเรื่องเป็นแบบนี้ จึงเกิดการประท้วงครั้งใหญ่ในมาเลเซียเพื่อกดดันให้เขาลาออก
แต่เขายังใช้อำนาจทางการเมืองปลดทั้งอัยการสูงสุด รวมทั้งจัดการเสียงวิจารณ์ โดยปิดสื่อต่างๆ ไม่ให้เปิดโปงเรื่องดังกล่าว จนทำให้ฝ่ายต่อต้านเขาเพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยๆ
และก็อย่างที่ทุกคนคาด ในปี 2018 เขาพ่ายแพ้การเลือกตั้งต่อมหาเธร์ โมฮัมหมัด นายกรัฐมนตรีคนปัจจุบัน
ซึ่ง 2 เดือนหลังแพ้การเลือกตั้ง นาจิบ ราซัก ถูกคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติของมาเลเซียจับกุมตัว เพื่อสวบสวนกรณีทุจริตกองทุน 1MDB
Cr. AFP
ปิดท้ายด้วยข้อมูลที่น่าสนใจ
ถ้าคิดว่ากองทุน 1MDB เป็นตัวอย่างของความล้มเหลวของกองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติ ก็อาจไม่ใช่เสียทีเดียว
เพราะจริงๆ แล้วมาเลเซียยังมีกองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติอีกกองหนึ่งชื่อว่า Khazanah Nasional ซึ่งก่อตั้งขึ้นในปี 1993
ในปี 2018 กองทุนนี้เติบโตขึ้นจนมีสินทรัพย์ภายใต้การบริหารจัดการมากถึง 1.02 ล้านล้านบาท ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นกองทุนขนาดใหญ่ โดยกองทุนนี้ได้ลงทุนในกิจการของประเทศมาเลเซียหลายแห่ง เช่น
CIMB Group สถาบันการเงินครบวงจรของมาเลเซีย ที่มีสาขาในประเทศไทยเช่นกัน
Axiata Group และ Telekom Malaysia บริษัทสื่อสารยักษ์ใหญ่ในมาเลเซีย
Malaysia Airports Holdings และ Malaysia Airlines สนามบิน และสายการบินแห่งชาติของมาเลเซีย
IHH Healthcare เครือข่ายโรงพยาบาลใหญ่ที่สุดในเอเชีย
----------------------
Blockdit แอปที่เป็นเหมือน คลังความรู้ขนาดใหญ่ อ่านฟรี
โหลดเลย Blockdit.com/download
----------------------
References
-https://en.wikipedia.org/wiki/1Malaysia_Development_Berhad
-https://www.scbeic.com/th/detail/product/980
-https://www.theedgemarkets.com/article/auditorgenerals-report-1mdb-1mdbs-debt-ballooned-within-five-years-operation
-https://www.bloomberg.com/news/articles/2019-01-09/how-malaysia-s-1mdb-scandal-shook-the-financial-world-quicktake
-https://poskod.my/cheat-sheets/10-things-know-1mdb/
-https://en.wikipedia.org/wiki/Najib_Razak
-https://en.wikipedia.org/wiki/Khazanah_Nasional
© 2017-2020 Longtunman. All rights reserved.