กรณีศึกษา เฟอร์รารี่ VS โตโยต้า

กรณีศึกษา เฟอร์รารี่ VS โตโยต้า

7 ธ.ค. 2019
กรณีศึกษา เฟอร์รารี่ VS โตโยต้า / โดย ลงทุนแมน
ปี 2018 โตโยต้า ขายรถยนต์ได้ 9,000,000 คัน
ถ้าให้ทายว่าเฟอร์รารี่ขายรถยนต์ได้กี่คัน
ถ้าเรารู้คำตอบแล้วจะตกใจเพราะ
เฟอร์รารี่ ขายรถยนต์ได้เพียง 9,000 คัน
แต่เราจะตกใจยิ่งกว่า
ถ้ารู้ว่า ตอนนี้มูลค่าบริษัทโตโยต้าใหญ่เป็นแค่ 7 เท่าของบริษัทเฟอร์รารี่..
เรื่องนี้เป็นเพราะอะไร
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
┏━━━━━━━━━━━━┓
Blockdit โซเชียลมีเดีย รูปแบบใหม่
http://www.blockdit.com
┗━━━━━━━━━━━━┛
ตอนนี้บริษัทโตโยต้ามีมูลค่า 7 ล้านล้านบาท
บริษัทเฟอร์รารี่มีมูลค่า 1 ล้านล้านบาท
ถ้าให้ถามว่าสาเหตุเป็นเพราะอะไรบริษัทเฟอร์รารี่ถึงมีมูลค่ามากทั้งที่ขายรถได้จำนวนน้อย
คำตอบอาจจะแบ่งได้เป็น 2 เหตุผล
เหตุผลแรกคือ
เฟอร์รารี่สามารถทำกำไรต่อคันได้มากกว่าโตโยต้า
เรื่องนี้ทุกคนน่าจะทราบกันอยู่แล้วว่า ราคารถต่อคันของเฟอร์รารี่สูงกว่าโตโยต้าหลายเท่า
ซึ่งถ้าเฟอร์รารี่สามารถทำอัตรากำไรสุทธิอย่างน้อยให้เท่ากับโตโยต้า ด้วยราคาต่อคันที่สูงกว่า ก็จะทำให้กำไรต่อคันสูงกว่า
และในความเป็นจริง เฟอร์รารี่ ยังมีอัตรากำไรสุทธิมากกว่าโตโยต้าหลายเท่าอีกด้วย
ส่วนเหตุผลข้อที่ 2 ก็คือ
ตลาดให้มูลค่าบริษัทต่อกำไรของเฟอร์รารี่ มากกว่า บริษัทโตโยต้า จริงๆ แล้วมากกว่าทุกบริษัทผลิตรถยนต์อีกด้วย
มูลค่าบริษัทต่อกำไร (P/E)
โฟล์คสวาเกน 7 เท่า
โตโยต้า 10 เท่า
ฮอนด้า 10 เท่า
บีเอ็มดับเบิลยู 10 เท่า
เดมเลอร์ 14 เท่า
เฟอร์รารี่ 38 เท่า
ทั้งๆ ที่บริษัทเหล่านี้อยู่ในอุตสาหกรรมผลิตรถยนต์เหมือนกัน
แต่กำไรเหล่านี้จะมี P/E ที่ไม่เท่ากัน
และอย่างที่เห็น P/E ของเฟอร์รารี่โดดเด่นที่สุด
โดยกำไรทุกๆ 1 บาทของโตโยต้าจะให้มูลค่าบริษัทน้อยกว่าเฟอร์รารี่ถึง 3.8 เท่า
เพราะอะไร?
เรามาดูผลประกอบการของ 2 บริษัทนี้กัน
บริษัท โตโยต้า มอเตอร์
รายได้ 8,170,000 ล้านบาท กำไร 690,000 ล้านบาท
อัตรากำไรสุทธิ 8.5%
บริษัท เฟอร์รารี่
รายได้ 114,000 ล้านบาท กำไร 26,000 ล้านบาท
อัตรากำไรสุทธิ 22.8%
ด้วยอัตรากำไรสุทธิ 22.8% ของเฟอร์รารี่ เป็นตัวเลขที่หาได้ยากมากของบริษัทผลิตรถยนต์ทั่วโลกที่ส่วนใหญ่จะแข่งกันเรื่องราคา
คนซื้อรถเฟอร์รารี่ ส่วนใหญ่จะไม่ได้ให้ความสำคัญกับราคามากเท่าโตโยต้า ดังนั้นเฟอร์รารี่จะมีอำนาจในการกำหนดราคาได้สูงกว่า และส่งผลให้มีอัตรากำไรสุทธิมากกว่าในที่สุด
และตลาดรถยนต์หรูมีแนวโน้มการเติบโตของกำไรที่ดีกว่า
โดยในปีที่ผ่านมา ยอดขายจำนวนรถยนต์เฟอร์รารี่เพิ่มขึ้น 10% กำไรเพิ่มขึ้น 20%
ถึงแม้ว่าโตโยต้า จะสามารถผลิตกำไรระดับ 7 แสนล้านบาททุกปี แต่ที่ผ่านมารายได้และกำไรไม่โตเลย ซึ่งถ้ามองไปข้างหน้า เฟอร์รารี่จะมีศักยภาพการเติบโตของกำไรที่ดีกว่า
และนั่นก็เป็นเหตุผลที่ทำให้ เฟอร์รารี่มี P/E ที่สูงกว่าโตโยต้า
ซึ่งเมื่อรวมกับแบรนด์ที่แข็งแกร่ง และเทรนด์ทั่วโลกให้ความสนใจรถหรูมากขึ้น ทั้งหมดนี้จึงส่งผลให้มูลค่าบริษัทเฟอร์รารี่กำลังทำจุดสูงสุดในประวัติศาสตร์
เรื่องนี้เป็นกรณีศึกษาที่น่าสนใจ
เราอาจเคยได้ยินว่า หากเราอยากรู้ว่าบริษัทไหน “ถูก” หรือ “แพง”
ก็ให้เราเอา P/E บริษัทนั้น ไปเทียบกับ P/E ของอุตสาหกรรม
แต่ก็ต้องบอกว่าเราคงเอาบางบริษัทที่มีแบรนด์แข็งแกร่งไปเทียบกับอุตสาหกรรมไม่ได้
เพราะหากดูจากกรณีของ โตโยต้า กับ เฟอร์รารี่แล้ว
เฟอร์รารี่อาจมีคุณลักษณะเป็นเหมือน บริษัทแบรนด์หรู มากกว่า บริษัทผลิตรถยนต์เสียอีก..
----------------------
Blockdit โซเชียลมีเดีย รูปแบบใหม่
http://www.blockdit.com
----------------------
References
-Toyota Annual Report 2019
-Ferrari Annual Report and Presentation 2018
7 ธ.ค. 2019