กรณีศึกษา อาร์เจนตินา ประเทศที่เคยร่ำรวย แต่วันนี้ไม่เหมือนเดิม

กรณีศึกษา อาร์เจนตินา ประเทศที่เคยร่ำรวย แต่วันนี้ไม่เหมือนเดิม

6 มี.ค. 2021
กรณีศึกษา อาร์เจนตินา ประเทศที่เคยร่ำรวย แต่วันนี้ไม่เหมือนเดิม / โดย ลงทุนแมน
หากใครชอบรับประทานเนื้อวัว แล้วเคยไปเดินตามซูเปอร์มาร์เกตหรือร้านขายเนื้อต่าง ๆ
จะพบว่าเนื้อวัวคุณภาพดีราคาแพง ส่วนใหญ่จะนำเข้ามาจากออสเตรเลียหรือสหรัฐอเมริกา
แต่นอกจาก 2 ประเทศข้างต้นแล้ว ยังมีอีกหนึ่งประเทศ
ที่ขึ้นชื่อไม่แพ้กันในเรื่องคุณภาพของเนื้อวัว นั่นคือ “อาร์เจนตินา”
เนื้อวัวอาร์เจนตินาเป็นหนึ่งในเนื้อที่รสชาติอร่อยที่สุด ให้รสชาติเนื้อที่เข้มข้น
และเหมาะที่จะนำมาทำสเต๊ก
แม้แต่คุณ Salt Bae เจ้าของร้านสเต๊กชื่อดังระดับโลกชาวตุรกี ก็ยังนำเงินเก็บก้อนแรก
เดินทางมาตามหาความฝัน และเก็บเกี่ยวประสบการณ์ด้านอุตสาหกรรมเลี้ยงสัตว์ที่อาร์เจนตินา
ประเทศแห่งนี้มีอะไรดี ถึงทำให้มีเนื้อวัวชั้นดีระดับโลก
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
╔═══════════╗
Blockdit เป็นแพลตฟอร์ม สำหรับนักอ่านและนักเขียน
ที่มีผู้ใช้งาน 1 ล้านคน ลองใช้แพลตฟอร์มนี้เพื่อได้ไอเดียใหม่ ๆ
แล้วอาจพบว่าสังคมนี้เหมาะกับคนเช่นคุณ
Blockdit. Ideas Happen. Blockdit.com/download
╚═══════════╝
96,000 ล้านบาท คือมูลค่าการส่งออกเนื้อวัวของอาร์เจนตินาในปี 2019
และเป็นประเทศที่ส่งออกปริมาณเนื้อวัวสูงเป็นอันดับ 5 ของโลก
ถึงแม้เนื้อวัวจะเป็นหนึ่งในสินค้าส่งออกหลักของประเทศนี้
แต่รู้หรือไม่ว่า ในศตวรรษที่ 16 ที่นักสำรวจชาวสเปนเดินทางมาถึงที่นี่
สิ่งที่ชาวสเปนคาดหวังว่าดินแดนแห่งนี้จะมีคือ “แร่เงิน”
นั่นจึงนำมาสู่การตั้งชื่อดินแดนว่า Argentina
ซึ่งมาจากคำว่าแร่เงินในภาษาละติน คือ Argentum
อีกทั้งตั้งชื่อแม่น้ำสายใหญ่ที่ไหลผ่านว่า ริโอเดลาปลาตา ซึ่งแปลว่า แม่น้ำแห่งแร่เงิน
และตั้งเมืองท่าอยู่บริเวณปากแม่น้ำนี้ชื่อว่า บัวโนสไอเรส
ทุกคนอาจคิดว่าชื่อทุกอย่างเกี่ยวข้องกับแร่เงิน ประเทศนี้ต้องมีแร่เงินเยอะแน่ ๆ
แต่ท้ายที่สุด นักสำรวจสเปนกลับไม่พบแร่เงินในอาร์เจนตินา
สุดท้ายพวกเขาก็ไปให้ความสำคัญกับดินแดนอื่น ๆ ในทวีปอเมริกาใต้ เช่น เปรู ที่มีแร่ทองแดง
มากกว่าดินแดนอาร์เจนตินา
ทิ้งให้ชาวสเปนบางส่วนที่ยังอยู่ใน อาร์เจนตินา ต้องดำรงชีพด้วยการค้าของเถื่อน
แต่อาร์เจนตินาก็ใช่ว่าจะไม่มีของดีเลย..
ด้วยทำเลที่ตั้งที่มีภูมิอากาศอบอุ่นคล้ายกับทวีปยุโรป มีที่ราบกว้างใหญ่อยู่ใกล้แม่น้ำริโอเดลาปลาตาอันอุดมสมบูรณ์ อาร์เจนตินาจึงมีทุ่งหญ้ากว้างใหญ่ไพศาลทางตอนกลางของประเทศ
ทุ่งหญ้านี้ มีขนาดใหญ่กว่าประเทศไทยทั้งประเทศ มีชื่อเป็นภาษาพื้นเมืองว่าทุ่งหญ้าปัมปัส
ซึ่งแปลว่า “ที่ราบ”
ความอุดมสมบูรณ์ของทุ่งหญ้าปัมปัสดึงดูดให้มีชาวยุโรปอพยพเข้ามาอยู่มากขึ้น
ผู้คนเหล่านี้ได้นำหญ้าและวัวจากยุโรปมาเลี้ยง โดยเฉพาะวัวสายพันธุ์ Angus กับ Hereford จากเกาะอังกฤษ
ความกว้างใหญ่ของทุ่งหญ้าปัมปัสทำให้สามารถเลี้ยงวัวได้แบบระบบเปิด
คือวัวสามารถเดินไปกินหญ้าได้อย่างอิสระ
การเลี้ยงแบบนี้จะส่งผลกระทบกับอารมณ์ของวัวโดยตรง ทำให้วัวไม่เครียดและมีความสุข
ตรงนี้เองจะทำให้เนื้อของวัวที่ถูกเลี้ยงแบบนี้เป็นเนื้อแดง ไม่ค่อยมีไขมันแทรก มีความหอม
และที่สำคัญคือ มีคุณค่าทางโภชนาการสูง
เรื่องนี้จึงทำให้ วัวและเนื้อวัว ถูกผสมผสานอยู่ในวัฒนธรรมอาร์เจนตินาอย่างแนบแน่น
ชาวอาร์เจนตินาบริโภคเนื้อวัวสูงเป็นอันดับต้น ๆ ของโลก
มีคนเลี้ยงวัวหรือคาวบอย ที่มีชื่อเรียกว่า Gaucho (เกาโช)
มีกรรมวิธีการย่างเนื้อที่เป็นเอกลักษณ์ ที่เรียกว่า Asado
คือการนำเนื้อวัวชิ้นใหญ่ ๆ ไปย่างบนเตาทั้งชิ้น
พอถึงช่วงปลายศตวรรษที่ 19 เป็นช่วงเวลาเดียวกับที่การขนส่งทางเรือได้รับการพัฒนา
เวลานั้น หลายประเทศในยุโรปมีการปฏิวัติอุตสาหกรรม ประชาชนเริ่มมีรายได้มากขึ้น
จึงมีความต้องการอาหารที่หรูหราขึ้น ซึ่งรวมไปถึง เนื้อวัว
แล้วผลผลิตจากทุ่งหญ้าปัมปัสอันกว้างใหญ่ก็ถูกส่งไปถึงยุโรป..
ไม่เพียงแค่เนื้อวัวชั้นดีเท่านั้น แต่หนังของวัวยังเป็นส่วนประกอบสำคัญให้กับอุตสาหกรรมเครื่องหนังของอาร์เจนตินา ทั้งกระเป๋า เข็มขัด และเสื้อผ้า ทุ่งหญ้ายังเป็นแหล่งเพาะปลูกอาหารสัตว์อย่างข้าวโพด ไปจนถึงข้าวสาลีและธัญพืชนานาชนิด
ในช่วงทศวรรษ 1880s ถึงช่วงทศวรรษ 1930s
อาร์เจนตินาส่งออกเนื้อวัว หนังวัว และพืชผลทางการเกษตรอย่างเป็นล่ำเป็นสัน
รายได้มหาศาลจากสินค้าเหล่านี้ ทำให้อาร์เจนตินากลายเป็นประเทศร่ำรวย
ถึงขนาดติด Top 10 ของโลกในปี ค.ศ. 1913
ชาวอาร์เจนตินาผู้มั่งคั่ง จ้างสถาปนิกชาวฝรั่งเศสมาออกแบบอาคารบ้านเรือนในกรุงบัวโนสไอเรสให้สวยสง่า จนได้ฉายาว่า กรุงปารีสแห่งอเมริกาใต้
ทั้งยังนำเข้าสินค้าแฟชั่นหรูหราจากฝรั่งเศสมามากมาย
จนมีสำนวนเปรียบเปรยของชาวฝรั่งเศสว่า ‘‘Riche comme un Argentin’’
ซึ่งแปลว่า “ร่ำรวยอย่างคนอาร์เจนตินา”..
ในช่วงเวลาแห่งความร่ำรวย
อาร์เจนตินาก็ดึงดูดผู้อพยพชาวอิตาลีและสเปน ให้มาตั้งถิ่นฐานหลายแสนคน
ประชากรของประเทศนี้เพิ่มขึ้น 2 เท่า จาก 8 ล้านคน ในช่วงทศวรรษ 1910s
กลายเป็น 16 ล้านคน ในปี ค.ศ. 1946 หลังสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่สอง
แม้จะมีประชากรเพิ่มขึ้น แต่สินค้าจากภาคเกษตรกรรมก็ยังคงเป็นสินค้าส่งออกหลักของอาร์เจนตินา
แต่เพราะความหวาดกลัวว่าจะเกิดสงครามโลกอีกครั้ง
ประธานาธิบดีฆวน เปรอน ซึ่งเริ่มดำรงตำแหน่งในปี ค.ศ. 1946 จึงเลือกที่จะดำเนินนโยบายเศรษฐกิจแบบปิด คือแยกตัวเองกับโลกภายนอก เพื่อลดผลกระทบหากเกิดสงคราม และปกป้องอุตสาหกรรมในประเทศที่เพิ่งเริ่มตั้งต้น
ถึงแม้จะมีเจตนาดี แต่นโยบายเช่นนี้กลับส่งผลเสียให้กับเศรษฐกิจของอาร์เจนตินาในระยะยาว
เพราะเมื่อสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่สอง ประเทศอุตสาหกรรมในยุโรปและเอเชียตะวันออก
ต่างฟื้นตัวและก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว แต่อุตสาหกรรมในอาร์เจนตินายังคงล้าหลัง
ไม่สามารถแข่งขันกับต่างประเทศได้ และต้องพึ่งพาเงินอุดหนุนจากรัฐบาลเพื่อความอยู่รอด
เมื่อรวมกับนโยบายประชานิยมแบบสุดโต่งตลอดเวลา 9 ปีในการดำรงตำแหน่งของประธานาธิบดีเปรอน จากปี ค.ศ. 1946 - ค.ศ. 1955 ทำให้รัฐบาลเริ่มขาดดุลงบประมาณ
จนทำให้ต้องกู้เงินจากต่างประเทศมาใช้จำนวนมาก โดยเฉพาะจาก IMF
เมื่อกู้เงินแล้ว แต่ไม่มีเงินมาใช้หนี้ ท้ายที่สุดก็หันมาใช้วิธีพิมพ์เงิน
และสิ่งที่เกิดขึ้นตามมาก็คือ ภาวะเงินเฟ้ออย่างมโหฬาร หรือที่เรียกว่า “Hyperinflation”
ความวุ่นวายจากปัญหาเศรษฐกิจ ทำให้ฝ่ายทหารเข้ามายึดอำนาจ
แต่รัฐบาลทหารก็ไม่ได้ช่วยทำให้เศรษฐกิจดีขึ้น
ซ้ำร้ายด้วยปัญหาคอร์รัปชันอย่างหนักหน่วง และการเรียกความนิยมด้วยการก่อสงครามแย่งชิงหมู่เกาะฟอล์กแลนด์กับกองทัพอังกฤษแล้วจบลงด้วยความพ่ายแพ้ ก็ยิ่งเพิ่มภาระหนี้สินก้อนโตให้กับประเทศ
เมื่ออาร์เจนตินากลับมาสู่ระบอบประชาธิปไตยอีกครั้ง ในปี ค.ศ. 1983
ภาระหนี้สินที่สะสมมายาวนาน ทำให้อาร์เจนตินาต้องประสบปัญหาเศรษฐกิจหลายต่อหลายครั้ง
ตั้งแต่ขาดดุลงบประมาณ ต้องกู้เงินจาก IMF พิมพ์เงินใช้หนี้ และจบด้วยเงินเฟ้ออย่างหนัก
วนเวียนแบบนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า และล่าสุดคือวิกฤติเศรษฐกิจในปี 2019
ที่อัตราเงินเฟ้อของอาร์เจนตินา พุ่งสูงถึง 54%
ในปี 2019 สินค้าจากภาคเกษตรกรรม ก็ยังคงเป็นสินค้าส่งออกหลักของอาร์เจนตินา
ทั้งถั่วเหลือง ข้าวโพด ธัญพืช และเนื้อวัว
สินค้าเกษตรเหล่านี้คิดเป็นสัดส่วนมากกว่า 50% ของสินค้าส่งออกทั้งหมด
แต่การเร่งเพิ่มผลผลิตของข้าวโพดและถั่วเหลือง ทำให้การเลี้ยงวัวในอาร์เจนตินาลดลง
จากในช่วงปี 2007 ที่มีจำนวนวัวถึง 55 ล้านตัว มากกว่าประชากรอาร์เจนตินาที่มีอยู่ 45 ล้านคน
มาตอนนี้ วัวในอาร์เจนตินาเหลืออยู่น้อยกว่า 50 ล้านตัวแล้ว
ในขณะที่อุตสาหกรรมอื่น ๆ ถูกละเลยการพัฒนา เพราะอยู่ใต้การควบคุมของรัฐบาล
หลายอุตสาหกรรมถูกขายให้กับบริษัทต่างชาติเพื่อนำเงินมาใช้หนี้
จึงมีเพียงภาคเกษตรกรรมที่เป็นหัวใจสำคัญของประเทศนี้
ปัญหาเศรษฐกิจที่สั่งสมมาอย่างยาวนาน ทำให้รายได้ต่อหัวของชาวอาร์เจนตินาลดต่ำลงเรื่อย ๆ
ปี 2011 ชาวอาร์เจนตินามี GDP ต่อหัว 385,000 บาท/ปี
ปี 2019 ชาวอาร์เจนตินามี GDP ต่อหัว 297,300 บาท/ปี
เรื่องราวของอาร์เจนตินา นับเป็นกรณีศึกษาที่น่าสนใจ
ทั้ง ๆ ที่มีพื้นที่กว้างใหญ่ไพศาล มีทุ่งหญ้าอันอุดมสมบูรณ์ที่ให้ผลผลิตเป็นเนื้อวัวชั้นดี
มีอุตสาหกรรมการเกษตรที่แข็งแกร่ง และเคยเป็นหนึ่งในประเทศที่ร่ำรวยอันดับต้น ๆ ของโลก
แต่การบริหารที่ผิดพลาดของรัฐบาล เป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญที่ทำให้ประเทศที่ร่ำรวยแห่งนี้เดินทางมาพบกับความล้มเหลวซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ก็เป็นที่น่าติดตามต่อไปว่า อนาคตทางเศรษฐกิจของอาร์เจนตินาจะเป็นอย่างไรต่อไป
จะดำเนินรอยตามเพื่อนบ้านในทวีปอเมริกาใต้อย่างเวเนซุเอลาหรือไม่
ปิดท้ายด้วยข้อมูลที่น่าสนใจ
ในปี 2020 อาร์เจนตินาเป็นประเทศที่มีผู้ติดเชื้อโควิด 19 มากกว่า 2 ล้านคน
เศรษฐกิจที่บอบช้ำอยู่แล้ว ก็ยิ่งถูกซ้ำเติมให้เลวร้ายยิ่งกว่าเดิม
ทำให้ประชากร 1 ใน 3 ของอาร์เจนตินาถูกคาดว่าจะประสบภาวะว่างงาน
ทั้งที่มีทุ่งหญ้าอันอุดมสมบูรณ์กว้างใหญ่ไพศาล มีวัวมากกว่าจำนวนประชากร
แต่ในเวลานี้ ประชากรอาร์เจนตินาเกือบ 1 ใน 3 กลับกำลังจะไม่มี แม้แต่งานจะทำ..
╔═══════════╗
Blockdit เป็นแพลตฟอร์ม สำหรับนักอ่านและนักเขียน
ที่มีผู้ใช้งาน 1 ล้านคน ลองใช้แพลตฟอร์มนี้เพื่อได้ไอเดียใหม่ๆ
แล้วอาจพบว่าสังคมนี้เหมาะกับคนเช่นคุณ
Blockdit. Ideas Happen. Blockdit.com/download
╚═══════════╝
ติดตามลงทุนแมนได้ที่
Website - longtunman.com
Blockdit - blockdit.com/longtunman
Facebook - facebook.com/longtunman
Twitter - twitter.com/longtunman
Instagram - instagram.com/longtunman
Line - page.line.me/longtunman
YouTube - youtube.com/longtunman
Spotify - open.spotify.com/show/4jz0qVn1AL7tRMHiTvMbZH
Apple Podcasts - podcasts.apple.com/th/podcast/ลงท-นแมน/id1543162829
Soundcloud - soundcloud.com/longtunman
References:
-https://atlas.cid.harvard.edu/explore?country=8&product=undefined&year=2018&productClass=HS&target=Product&partner=undefined&startYear=undefined
-http://www.worldstopexports.com/argentinas-top-10-exports/
-http://extension.dld.go.th/th1/index.php?option=com_content&view=article&id=110:2012-03-09-03-57-29&catid=69:2012-03-09-03-06-11&Itemid=152
-http://www.agribenchmark.org/fileadmin/Dateiablage/B-Beef-and-Sheep/Misc/lbf_bd54_h2.pdf
-https://www.hbs.edu/ris/Publication%20Files/LAER%20Introduction%20to%20Argentine%20Exceptionalism_3c49e7ee-4f31-49a0-ba21-6e2b726cd7c5.pdf
-https://www.forbes.com/sites/nathanielparishflannery/2020/12/15/political-risk-analysis-how-serious-is-argentinas-economic-crisis/?sh=450d1c138399
© 2017-2020 Longtunman. All rights reserved.