กรณีศึกษา โกปิโก้ ลูกอมกาแฟที่มาจากอินโด

กรณีศึกษา โกปิโก้ ลูกอมกาแฟที่มาจากอินโด

2 ต.ค. 2019
กรณีศึกษา โกปิโก้ ลูกอมกาแฟที่มาจากอินโด / โดย ลงทุนแมน
ลูกอมรสกาแฟ โกปิโก้
ลูกอมโปรดของใครหลายๆ คน
อมได้อมดี แม้แต่คนไม่ดื่มกาแฟก็ยังอม
โกปิโก้ อยู่คู่กับชาวไทยมาแสนนาน
จนอาจทำให้คิดว่าเป็นแบรนด์ไทยแท้ๆ
และเราเคยสงสัยกันไหมว่า ใครเป็นเจ้าของลูกอมแบรนด์นี้
โกปิโก้ (Kopiko) เป็นของบริษัท Mayora Indah Tbk บริษัทสัญชาติอินโดนีเซีย
รู้หรือไม่ ขนมเวเฟอร์ Beng-Beng กับช็อกโกแลตหลอด Choki Choki ก็เป็นของบริษัทนี้
จะเห็นว่า หนึ่งในบรรดาสินค้าเหล่านี้ ตอนวัยเด็ก เราต้องเคยลองทาน
หรือบางคนอาจเคยทานมาทั้งหมด
นั่นแสดงว่าบริษัท Mayora ผูกพันกับชีวิตวัยเด็กของคนไทยและคนทั่วโลกอีกหลายคน..
จุดเริ่มต้นเรื่องราวของบริษัทนี้เกิดขึ้นในปี 1948
ตอนนั้นได้เกิดธุรกิจเล็กๆ ผลิตขนมบิสกิตขาย
หลังจากนั้น พอธุรกิจเริ่มขยายตัว
ก็เลยตัดสินใจย้ายโรงงานในปี 1967 และสร้างเตาอบไฟฟ้าเพื่อขยายกำลังการผลิต
พร้อมด้วยการเปิดตัวสินค้าแบรนด์แรกของบริษัท
นั่นคือ “Roma” ได้แก่ Marie Susu, Biskuit Kelapa, Malkist
ซึ่งกลุ่มผลิตภัณฑ์นี้ ได้รับการตอบรับดี จึงทำให้บริษัทเติบโตไปอีก
แต่ตัวเอกของเรื่อง Kopiko กว่าจะคลอดก็ปี 1982
ตอนนั้น Kopiko เป็นลูกอมกาแฟเจ้าแรกของตลาด
ซึ่งถือเป็นของแปลกใหม่ในสายตาผู้บริโภค
อย่างไรก็ตาม ด้วยความที่ลูกอมมีรสชาติอร่อย อมเพลิน
คนที่ไม่ชอบดื่มกาแฟ ก็ยังชื่นชอบในลูกอมนี้
อีกทั้ง ลูกอมมีส่วนผสมของกาเฟอีน ทำให้บางคนเลือกอม เพื่อแก้ง่วง
โดย Kopiko 4-5 เม็ด มีกาเฟอีนเทียบเท่ากับกาแฟเอสเพรสโซหนึ่งถ้วย
เรื่องทั้งหมดนี้เลยทำให้ Kopiko ครองใจผู้บริโภคไปได้
บริษัทจึงขยายตลาดไปยังต่างประเทศ พร้อมกับขยายไลน์ผลิตภัณฑ์มากขึ้น
ไม่ว่าจะเป็น ขนมเวเฟอร์ Astor ในปี 1982
เวเฟอร์ช็อกโกแลต Beng-Beng ในปี 1984
หรือ ช็อกโกแลต Choki Choki ในปี 1985
ปัจจุบันบริษัท Mayora มีมูลค่าถึง 116,500 ล้านบาท
ถือได้ว่าเป็นบริษัทขนมที่มูลค่าเป็นอันดับต้นๆ ของประเทศเลยทีเดียว
ใหญ่กว่าร้านขนมหวาน After You บ้านเราประมาณ 10 เท่า
ใหญ่กว่าโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ (BH) ทั้งบริษัท..
ผลประกอบการของบริษัท Mayora
ปี 2016 มีรายได้ 39,822 ล้านบาท กำไร 2,940 ล้านบาท
ปี 2017 มีรายได้ 45,175 ล้านบาท กำไร 3,460 ล้านบาท
ปี 2018 มีรายได้ 52,216 ล้านบาท กำไร 3,725 ล้านบาท
รายได้เติบโตเฉลี่ย 15% ต่อปี และกำไรเติบโตเฉลี่ย 13% ต่อปี
และยังคงมีแนวโน้มที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง
ผลิตภัณฑ์ของบริษัทแบ่งออกเป็น 8 ประเภท ได้แก่ บิสกิต, ลูกอม, ขนมเวเฟอร์, ช็อกโกแลต, กาแฟ, อาหารสำเร็จรูป, เครื่องดื่ม และซีเรียล
แบรนด์ที่มีชื่อเสียง เช่น Kopiko, Choki Choki, Beng-Beng, Le Minerale, Danisa, Roma, Energen, Torabika
และบริษัทได้ขยายกิจการไปกว่า 90 ประเทศทั่วโลก
จากวันนั้น จนวันนี้ จากธุรกิจบิสกิตเล็กๆ ที่พยายามสร้างแบรนด์ สร้างสินค้าใหม่ๆ เรื่อยมา
จนตอนนี้ ได้เป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ มูลค่าเป็นแสนล้านบาท
เรื่องราวทั้งหมด ที่ทำให้ Mayora ประสบความสำเร็จ
คงไม่ได้เกิดเพราะโชคช่วยเพียงครั้ง สองครั้ง
แต่เกิดจากความอุตสาหะของบรรดาผู้ก่อตั้งและพนักงาน ที่ต่อเนื่องเป็นระยะเวลานาน
และอีกสิ่งสำคัญที่ทำให้บริษัทสามารถประสบความสำเร็จมาได้ทุกวันนี้
คือการยึดปรัชญาธุรกิจ ในเรื่องคุณภาพสินค้า
“ต้องสร้างผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพมากที่สุดเท่าที่ทำได้ ให้แก่ลูกค้า
เพราะเรื่องคุณภาพเป็นสิ่งที่ไม่สามารถประนีประนอมได้”
ถ้าเรานำปรัชญานี้มาปรับใช้กับธุรกิจได้ ไม่แน่ สินค้าเราอาจสร้างชื่อได้เหมือน Kopiko
ปิดท้ายด้วยข้อมูลที่น่าสนใจ
รู้หรือไม่ว่า แม้แต่นักบินอวกาศ ก็เคยนำลูกอม Kopiko ขึ้นไปทานบนสถานีอวกาศนานาชาติด้วย..
----------------------
Blockdit โซเชียลมีเดียรูปแบบใหม่
Blockdit.com/download
----------------------
References
-https://www.mayora.com/about-us/mayora-at-a-glance/
-https://en.wikipedia.org/wiki/Mayora_Indah
-https://www.bloomberg.com/quote/MYOR:IJ
-https://www.wowshack.com/indonesian-kopiko-space/
-http://financials.morningstar.com/income-statement/is.html?t=MYOR®ion=idn&culture=en-US
© 2017-2020 Longtunman. All rights reserved.