กรณีศึกษา ANTA ไนกี้แห่งเมืองจีน

กรณีศึกษา ANTA ไนกี้แห่งเมืองจีน

15 ธ.ค. 2019
กรณีศึกษา ANTA ไนกี้แห่งเมืองจีน / โดย ลงทุนแมน
“ถ้าขายสินค้าแบรนด์เดียว เราคงจะไม่มีทางแข่งกับ NIKE หรือ ADIDAS
แต่ถ้าขายสินค้าพร้อมกันหลายแบรนด์
เรื่องนี้ก็อาจจะเป็นไปได้”
ประโยคนี้เป็นแนวคิดจากคุณ Ding Shizhong เศรษฐีชาวฮ่องกง
ที่ทำให้ธุรกิจ ANTA Sports Products
กลายเป็นบริษัทมูลค่ากว่า 7 แสนล้านบาท
จนได้รับฉายา ไนกี้แห่งเมืองจีน
ทำไม ANTA ถึงมีแนวคิดการทำธุรกิจแบบนี้
และจุดเริ่มต้นของ ANTA มีความเป็นมาอย่างไร
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
ย้อนกลับไปในปี 1991
บริษัท ANTA ซึ่งทำธุรกิจผลิตและขายรองเท้ากีฬาทำเอง
ได้ถูกก่อตั้งภายใต้ครอบครัวของคุณ Ding Shizhong
แต่หลังจากก่อตั้งบริษัทไปได้เพียงแค่ 3 ปี
ANTA ก็เริ่มประสบปัญหาทางการเงิน
เนื่องจากผลการดำเนินงานที่ไม่ค่อยดีเท่าไหร่นัก
อย่างไรก็ตามคงต้องบอกว่า
โชคยังไม่ทอดทิ้ง ANTA เสียทีเดียว
บริษัท ANTA ฟื้นตัวกลับขึ้นมา
จากเศรษฐกิจจีนที่มีการเติบโตอย่างก้าวกระโดดในขณะนั้น
เวลาผ่านไป..
จุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ของบริษัทก็มาถึง
ในปี 2008 ประเทศจีนได้เป็นเจ้าภาพในการจัดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก
เรื่องนี้ส่งผลให้ ธุรกิจสปอร์ตแวร์ในประเทศจีนเติบโตขึ้นแบบก้าวกระโดด
และตามมาด้วยการเกิดขึ้นของแบรนด์ท้องถิ่นภายในประเทศอีกจำนวนมาก
แต่พอทุกอย่างดูหอมหวาน
หายนะก็มาเยือนอย่างรวดเร็ว
ปีถัดมา ธุรกิจสปอร์ตแวร์ในประเทศจีนชะลอตัว
ร้านค้าเกี่ยวกับธุรกิจสปอร์ตแวร์
ต้องปิดตัวลงเป็นจำนวนมาก
ไม่เว้นแม้แต่ ANTA เองก็ต้องปิดร้านไปกว่า 2,000 สาขาในปีเดียว
บทเรียนครั้งสำคัญนี้ทำให้คุณ Ding Shizhong
ต้องเปลี่ยนแนวคิดการทำธุรกิจแบบเดิมไป
จากที่มีการทำแบรนด์สินค้าของตัวเองเพียงอย่างเดียว
มาสู่การทำกลยุทธ์ขายสินค้าหลากหลายแบรนด์
เพื่อให้ครอบคลุมกลุ่มผู้บริโภคชาวจีนได้หลากหลายขึ้น
และลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาเพียงแค่แบรนด์ตัวเองเท่านั้น
พอตัดสินใจได้แบบนี้แล้ว
คุณ Ding Shizhong จึงได้ตัดสินใจเข้าซื้อ
แบรนด์ FILA จากอิตาลีเฉพาะส่วนที่ขายในประเทศจีนในปีเดียวกัน
หลังจากนั้นไม่นาน บริษัทก็ได้ซื้อแบรนด์อื่นๆ อีกจำนวนมากเพิ่มเติม
ไม่ว่าจะเป็น
DESCENTE แบรนด์สกีจากญี่ปุ่น (ส่วนที่ขายในจีน)
SPRANDI แบรนด์ปีนเขาจากอังกฤษ
KINGKOW แบรนด์เสื้อผ้าเด็กจากจีน
KOLON SPORT แบรนด์เสื้อผ้า outdoor จากจีน
ทั้งหมดนี้เอง ส่งผลให้สัดส่วนรายได้ล่าสุดของ
ANTA มาจากแบรนด์อื่นคิดเป็นสัดส่วนเกือบ 50% เลยทีเดียว
สัดส่วนรายได้ ANTA ครึ่งปีแรก 2019
แบรนด์ ANTA 51.2% เพิ่มขึ้น 18.3% จากช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว
แบรนด์ FILA 44.1% เพิ่มขึ้น 79.9% จากช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว
และแบรนด์อื่นๆ 4.7% เพิ่มขึ้น 36.2% จากช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว
แล้วกลยุทธ์นี้ทำให้บริษัท ANTA ประสบความสำเร็จขนาดไหน?
บริษัท ANTA Sports Products
ปี 2016 รายได้ 57,000 ล้านบาท กำไร 10,000 ล้านบาท
ปี 2017 รายได้ 72,000 ล้านบาท กำไร 13,000 ล้านบาท
ปี 2018 รายได้ 104,000 ล้านบาท กำไร 18,000 ล้านบาท
มูลค่าบริษัทอยู่ที่ 793,000 ล้านบาท
ส่วนแบ่งการตลาดในจีนระหว่าง ANTA และ NIKE
ปี 2016 ANTA อยู่ที่ 12.0% ส่วน NIKE อยู่ที่ 20.8%
ปี 2017 ANTA อยู่ที่ 12.6% ส่วน NIKE อยู่ที่ 22.1%
ปี 2018 ANTA อยู่ที่ 14.9% ส่วน NIKE อยู่ที่ 22.9%
เราจะเห็นว่า รายได้ของ ANTA เติบโตกว่า 80%
พร้อมกับส่วนแบ่งตลาดที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก
ในระยะเวลาเพียงไม่กี่ปี

เรื่องนี้จึงทำให้หลายคนคาดการณ์ว่า
ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้านี้ ANTA อาจจะสามารถ
ยึดครองจีนจาก NIKE ไปได้สำเร็จ
ประเทศจีนเป็นประเทศที่มีเอกลักษณ์ด้านผู้ประกอบการ และผู้บริโภค
ผู้ประกอบการพร้อมที่จะสร้างสินค้าแข่งกับแบรนด์ต่างประเทศ
และผู้บริโภคก็ยินดีที่จะสนับสนุนสินค้าของประเทศตนเอง
ANTA เป็นตัวอย่างที่ดีที่ทำสำเร็จ
ถึงขนาดไปซื้อแบรนด์ต่างประเทศได้
และไม่แน่ว่า
ในอนาคต ANTA อาจก้าวขึ้นมาระดับโลกเพื่อแข่งขันกับ NIKE หรือ ADIDAS ก็เป็นได้..
----------------------
Blockdit โซเชียลมีเดีย รูปแบบใหม่
Blockdit.com/download
----------------------
Tag: ANTA
© 2017-2020 Longtunman. All rights reserved.