กรณีศึกษา กองทุนแห่งชาติ ของนอร์เวย์

กรณีศึกษา กองทุนแห่งชาติ ของนอร์เวย์

11 มี.ค. 2020
กรณีศึกษา กองทุนแห่งชาติ ของนอร์เวย์ /โดย ลงทุนแมน
ถ้าเราเกิดขึ้นมาแล้วมีทรัพย์สินติดตัวตั้งแต่เกิด คนละ 6.5 ล้านบาท
มันจะดีแค่ไหน?
เรื่องนี้เกิดขึ้นจริงกับประเทศนอร์เวย์
ทรัพย์สินที่คนนอร์เวย์มี ก็คือ กองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติ
ปัจจุบัน กองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติของนอร์เวย์มีมูลค่า 34.6 ล้านล้านบาท
ประชากรนอร์เวย์มี 5.3 ล้านคน
เฉลี่ยแล้วคนนอร์เวย์มีส่วนในทรัพย์สินกองทุนนี้คนละ 6.5 ล้านบาท
ซึ่งกองทุนนี้ถือเป็น กองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติที่มีมูลค่ามากสุดในโลก
แล้วกองทุนนี้ถูกก่อตั้งมาอย่างไร?
ประเทศไทยมีกองทุนแบบนี้ไหม?
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
╔═══════════╗
Blockdit แหล่งรวมบทความวิเคราะห์ เจาะลึกแบบ deep content ล่าสุดมีฟีเจอร์พอดแคสต์แล้ว
Blockdit.com/download
╚═══════════╝
นอร์เวย์เป็นหนึ่งในประเทศที่ค้นพบแหล่งน้ำมันขนาดใหญ่ตั้งแต่ปี 1969
ตั้งแต่นั้นมา น้ำมันกลายมาเป็นสินค้าส่งออกสำคัญที่ทำให้เศรษฐกิจประเทศนอร์เวย์เติบโต
อย่างไรก็ตาม รัฐบาลนอร์เวย์เล็งเห็นว่าวันข้างหน้าราคาน้ำมันอาจมีแนวโน้มตกต่ำลง
ซึ่งเรื่องดังกล่าวจะส่งผลกระทบไปยังเศรษฐกิจทั้งประเทศ
สิ่งที่รัฐบาลนอร์เวย์ทำเพื่อป้องกันปัญหาที่มีแนวโน้มที่จะเกิดขึ้นก็คือ การจัดตั้งกองทุนปิโตรเลียมแห่งชาติ หรือที่รู้จักกันในชื่อ กองทุนความมั่งคั่งแห่งชาตินอร์เวย์
กองทุนนี้จะนำรายได้ส่วนเกินที่รัฐบาลได้จากการขายน้ำมันแต่ละปีนำมาเป็นทุนสำรอง
เงินทุนส่วนนี้จะถูกนำไปใช้ร่วมกับนโยบายการคลังของประเทศเพื่อนำไปพัฒนาสวัสดิการสำหรับผู้สูงอายุ และเพื่อเสริมสภาพคล่องระหว่างการหดตัวของเศรษฐกิจที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต
และแล้วสิ่งที่รัฐบาลนอร์เวย์คาดการณ์ไว้ก็ได้เกิดขึ้นช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา..
มูลค่าน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent) ที่มีแหล่งผลิตอยู่ในทะเลเหนือ ที่ประเทศนอร์เวย์ใช้อ้างอิงราคาส่งออกน้ำมันผันผวน และตกลงอย่างหนัก
เรื่องนี้ส่งผลทำให้เศรษฐกิจประเทศนอร์เวย์ฮวบลงทันที
ปี 2013 ราคาน้ำมันดิบ 108.6 ดอลลาร์สหรัฐ ต่อบาร์เรล
ปี 2014 ราคาน้ำมันดิบ 99.0 ดอลลาร์สหรัฐ ต่อบาร์เรล
ปี 2015 ราคาน้ำมันดิบ 53.0 ดอลลาร์สหรัฐ ต่อบาร์เรล
ปี 2016 ราคาน้ำมันดิบ 45.1 ดอลลาร์สหรัฐ ต่อบาร์เรล
ตั้งแต่ปี 2013 ถึง 2016 ราคาน้ำมันดิบลดลง 58%
ส่งผลให้ GDP ประเทศนอร์เวย์ปรับตัวลดลง 29% ในช่วงเวลาเดียวกัน
อย่างไรก็ตาม กองทุนความมั่งคั่งแห่งชาตินอร์เวย์ก็ได้ทำงานออกดอกออกผล และสร้างผลตอบแทนให้กับประเทศนอร์เวย์
ทำให้ประเทศนอร์เวย์รอดพ้นจากวิกฤต ต่างจากเวเนซุเอลาที่พึ่งพาการส่งออกน้ำมันเหมือนกัน แต่ไม่ได้วางแผนรับมือ ส่งผลให้ประเทศยังมีปัญหาเรื้อรังอยู่จนถึงทุกวันนี้
แล้วกองทุนความมั่งคั่งแห่งชาตินอร์เวย์
เติบโตดีขนาดไหน?
ช่วง 25 ปีแรก มูลค่าทรัพย์สินกองทุนส่วนใหญ่มาจากรายได้ส่วนเกินจากธุรกิจน้ำมัน และผลตอบแทนจากการลงทุนในประเทศ
หลังจากนั้น กระทรวงการคลังนอร์เวย์ได้ตัดสินใจลงทุนในทรัพย์สินต่างประเทศตั้งแต่ปี 1996
ปี 1996 มูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน 6,700 ล้านบาท
ปี 2019 มูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน 34,600,000 ล้านบาท
มูลค่ากองทุนเพิ่มขึ้นมหาศาลเป็น 5,164 เท่าใน 22 ปี

มูลค่าที่เพิ่มขึ้นส่วนหนึ่งมาจากรายได้ส่วนเกินธุรกิจน้ำมัน ส่วนหนึ่งมาจากผลตอบแทนจากการลงทุน และอีกส่วนมาจากกำไรของอัตราแลกเปลี่ยน
สำหรับปี 2019 การลงทุนของกองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติประเทศนอร์เวย์ ลงทุนในกว่า 9,000 บริษัทใน 74 ประเทศทั่วโลก สามารถสร้างผลตอบแทนเป็นสถิติสูงสุดในประวัติศาสตร์
แบ่งออกเป็น
ผลตอบแทนจากตราสารทุน 26.0%
ผลตอบแทนจากตราสารหนี้ 7.6%
ผลตอบแทนจากอสังหาริมทรัพย์ 6.8%
คิดเฉลี่ยเป็นผลตอบแทนทั้งปี เท่ากับ 19.9%
และเป็นมูลค่ากว่า 5.3 ล้านล้านบาทในปีเดียว..
ปัจจุบัน นอร์เวย์มีประชากร 5.3 ล้านคน
หมายความว่าปีที่แล้ว คนนอร์เวย์เสมือนมีผลตอบแทนคนละ 1 ล้านบาทผ่านกองทุนนี้..
ถึงตอนนี้หลายคนคงมีคำถามในใจว่าประเทศไทยมีกองทุนแบบนี้หรือไม่
คำตอบก็คือ ประเทศไทยยังไม่มีกองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติแบบที่นอร์เวย์มี
ส่วนประเทศในภูมิภาคของเราที่มีก็คือ สิงคโปร์ มาเลเซีย เวียดนาม
เรื่องนี้ถือเป็นกรณีศึกษาที่น่าสนใจ
นอร์เวย์เป็นประเทศที่ค้นพบทรัพยากรธรรมชาติ
ถ้าเป็นรัฐบาลของประเทศในแถบอเมริกาใต้ ก็คงเอาเงินจำนวนมากที่ได้มาถลุงแจกประชาชนโดยใช้นโนบายประชานิยม
แต่นอร์เวย์กลับเล็งเห็นถึงความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต
จึงเตรียมพร้อม และวางแผนรับมือ
โดยเก็บเงินไว้ไปลงทุนในกองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติ
และผลงานที่ผ่านมาก็พิสูจน์ว่าประเทศนี้ตัดสินใจได้ถูกต้อง
แก่นสำคัญของเรื่องนี้ก็คือ
การมองไปยังสิ่งที่เกิดขึ้นในอนาคต
ไม่ใช่การหลงระเริงไปกับข้อได้เปรียบที่มีในปัจจุบัน
และในวันที่ข้อได้เปรียบของเราเสื่อมสภาพ จะทำให้เรายังอยู่รอดได้
แล้วข้อได้เปรียบของประเทศไทยคืออะไร?
ถ้าหนึ่งในนั้น คือ การครอบครองนักท่องเที่ยวจีน
ในตอนนี้เราก็คงรู้แล้วว่า
ในวันที่มันมีปัญหา เราได้รับผลกระทบมากแค่ไหน?
คำถามก็คือ ในวันที่เราเริงร่ากับนักท่องเที่ยวจีน
เราวางแผนเตรียมรับความเสี่ยงไว้ได้ดีแค่ไหน
ถ้าวันนี้ยังไม่มีคำตอบ แล้วอนาคตจะมีคำตอบอย่างไร?
ปิดท้ายด้วยข้อมูลที่น่าสนใจ
รู้ไหมว่า พันธกิจที่เขียนไว้สำหรับ กองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติ ของประเทศนอร์เวย์คืออะไร?
“Our mission is to safeguard and build financial wealth for future generations”
-พันธกิจของเราคือ การสร้างเกราะป้องกัน และสร้างความมั่งคั่งทางการเงินให้กับคนรุ่นถัดไปของประเทศ-
----------------------
Blockdit แหล่งรวมบทความวิเคราะห์ เจาะลึกแบบ deep content ล่าสุดมีฟีเจอร์พอดแคสต์แล้ว
Blockdit.com/download
----------------------
ติดตามลงทุนแมนได้ที่
Website - longtunman.com
Blockdit - blockdit.com/longtunman
Facebook - facebook.com/longtunman
Twitter - twitter.com/longtunman
Instagram - instagram.com/longtunman
Line - page.line.me/longtunman
YouTube - youtube.com/longtunman
References
-https://www.nbim.no/en/the-fund/the-history/
-https://www.nbim.no/en/the-fund/how-we-invest/equity-management/
-https://www.statista.com/statistics/276617/sovereign-wealth-funds-worldwide-based-on-assets-under-management/
-https://tradingeconomics.com/norway/gdp
-https://www.macrotrends.net/2480/brent-crude-oil-prices-10-year-daily-chart
-https://uk.reuters.com/article/uk-norway-economy-idUKKCN0VP1LZ
© 2017-2020 Longtunman. All rights reserved.