
กรณีศึกษา เมื่อฟุตบอลโลกเปลี่ยนบ้านให้กลายเป็น Stadium: ทำไมเพาเวอร์บายจึงมองไกลกว่าการขายทีวี?
ข่าวประชาสัมพันธ์..
รู้หรือไม่ว่า… ปัจจุบันคนไทยเปลี่ยนทีวีเครื่องใหม่เฉลี่ยทุก 4 ปี จากเดิมที่เคยเปลี่ยนทุก 6 ปี
ส่วนหนึ่งเป็นผลจากเทคโนโลยีทีวีที่พัฒนาเร็วขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนการแข่งขันของแบรนด์ต่าง ๆ ไม่ได้อยู่แค่เรื่องภาพคมชัดหรือหน้าจอที่ใหญ่ขึ้น แต่กำลังแข่งขันกันสร้าง “ประสบการณ์” ที่ทำให้ผู้ชมรู้สึกเข้าใกล้สิ่งที่ดูมากที่สุด
ทุกวันนี้ ทีวีจึงไม่ได้เป็นเพียงอุปกรณ์รับชมคอนเทนต์ แต่กำลังกลายเป็นศูนย์กลางของ Home Entertainment และพื้นที่แห่งประสบการณ์ร่วมของผู้คนในบ้าน ผ่านภาพ เสียง และเทคโนโลยี AI ที่เข้ามาช่วยเติมเต็มทุกโมเมนต์ให้สมจริงมากขึ้น
พฤติกรรมดังกล่าวสะท้อนผ่านภาพรวมตลาดทีวีไทยที่ยังเติบโตต่อเนื่อง โดยในปี 2568 ตลาดทีวีไทยมีมูลค่าราว 22,400 ล้านบาท เติบโต 8% ขณะที่ทีวีขนาด 75 นิ้วขึ้นไป เติบโต 10% และกลุ่ม OLED เติบโตถึง 13%
และปี 2569 อาจเป็นอีกหนึ่งปีสำคัญที่เร่งให้ตลาดกลับมาคึกคักอีกครั้ง จากมหกรรมฟุตบอลโลก 2026
เพราะหากมองเฉพาะคอนเทนต์กีฬา “ฟุตบอล” ยังคงเป็นประเภทที่ได้รับความนิยมสูงสุดจากผู้ชมชาวไทย โดยมีสัดส่วนผู้ชมถึง 62%
แต่สิ่งที่น่าสนใจคือ การดูฟุตบอลของคนไทย ไม่ได้เป็นเพียงการติดตามผลการแข่งขัน หากยังเป็นช่วงเวลาที่ผู้คนรวมตัว เชียร์ พูดคุย และใช้เวลาร่วมกัน
และเมื่อ “การรับชม” กลายเป็น “ประสบการณ์ร่วม” คุณภาพของภาพ เสียง รวมถึงเทคโนโลยี AI บนทีวี จึงเริ่มมีบทบาทมากขึ้นในการเติมเต็มอารมณ์ร่วมเหล่านั้น

เมื่อฟุตบอลโลกไม่ได้เปลี่ยนแค่ตลาดทีวี แต่กำลังเปลี่ยนบทบาทของบ้าน
สำหรับหลายครอบครัว การดูฟุตบอลไม่ใช่เพียงกิจกรรมยามค่ำคืน แต่คือช่วงเวลาที่คนหลายเจเนอเรชันกลับมาใช้เวลาร่วมกันหน้าจอเดียว
บ้านจึงไม่ได้เป็นเพียงพื้นที่พักผ่อนอีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็น Stadium แห่งใหม่ ที่ผู้คนร่วมลุ้น ร่วมเชียร์ และสร้างความทรงจำร่วมกัน
นี่คือเหตุผลที่ทำให้เพาเวอร์บายมองว่า ฟุตบอลโลกครั้งนี้เป็นมากกว่าช่วงเวลาของการแข่งขันกีฬา หากแต่เป็นช่วงเวลาที่ผู้บริโภคกำลังมองหา “ประสบการณ์การรับชมที่ดีที่สุด” ภายในบ้านของตัวเอง
และเมื่อพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไป บทบาทของผู้ค้าปลีกก็ต้องเปลี่ยนตามเช่นกัน
จากเดิมที่เคยเป็นเพียงช่องทางจำหน่ายสินค้า วันนี้บทบาทสำคัญอาจอยู่ที่การเป็น “Curator” ที่ช่วยคัดสรรเทคโนโลยีให้ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์และช่วงเวลาที่แตกต่างกันของผู้บริโภค ไม่ว่าจะเป็นสายดูบอล คอหนัง เกมเมอร์ หรือครอบครัวที่ให้ความสำคัญกับการใช้เวลาร่วมกัน

เรื่องนี้ คุณพัชราภรณ์ วรยิ่งยง ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ฝ่ายการตลาด บริษัท เพาเวอร์บาย จำกัด ในเครือเซ็นทรัล รีเทล อธิบายว่า เบื้องหลังการออกแบบแคมเปญการตลาดของเพาเวอร์บาย ยึดหลักสำคัญ 4 ด้าน ได้แก่
• เข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป
• เข้าใจช่วงเวลา (Moment) ที่มีความหมายต่อผู้คน
• มองเทคโนโลยีผ่านไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคแต่ละกลุ่ม
• ยกระดับประสบการณ์บริการ เพื่อสร้างความสัมพันธ์ระยะยาวกับลูกค้า
• เข้าใจช่วงเวลา (Moment) ที่มีความหมายต่อผู้คน
• มองเทคโนโลยีผ่านไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคแต่ละกลุ่ม
• ยกระดับประสบการณ์บริการ เพื่อสร้างความสัมพันธ์ระยะยาวกับลูกค้า
เพราะสำหรับเพาเวอร์บาย การตลาดที่ดีอาจไม่ได้เริ่มจากคำถามว่า “จะขายอะไร” แต่เริ่มจากการเข้าใจว่า “ช่วงเวลาไหน ผู้บริโภคกำลังต้องการอะไร”
และทุกครั้งที่มหกรรมกีฬาระดับโลกกลับมา นวัตกรรมทีวีเองก็ถูกเร่งพัฒนาเช่นกัน
ผู้บริโภคไม่ได้ต้องการเพียง “ดูชัดขึ้น” แต่กำลังมองหา “ความรู้สึกเหมือนได้อยู่ในเหตุการณ์จริง”
ตั้งแต่ทีวี Mini LED, OLED ไปจนถึง AI TV รุ่นใหม่ เทคโนโลยีเหล่านี้สะท้อนการเปลี่ยนผ่านของตลาดที่ประสบการณ์เริ่มสำคัญกว่าสเปกสินค้าเพียงอย่างเดียว
เมื่อ “การเข้าถึง” สำคัญไม่แพ้เทคโนโลยี ภายใต้แนวคิดดังกล่าว เพาเวอร์บายจึงเปิดตัวแคมเปญ “Champion Deals”
แต่เป้าหมายของแคมเปญไม่ใช่เพียงแค่ช่วยกระตุ้นการจับจ่ายในช่วงฟุตบอลโลก หากเป็นการตอบโจทย์อีกความท้าทายสำคัญของตลาด นั่นคือ ทำอย่างไรให้เทคโนโลยีและประสบการณ์ Home Entertainment ระดับพรีเมียมเข้าถึงผู้บริโภคได้ง่ายขึ้น
เพราะแม้ความต้องการทีวีจอใหญ่ เทคโนโลยีภาพรุ่นใหม่ หรือ AI TV จะเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง แต่อุปสรรคสำคัญยังคงเป็นเรื่องการเข้าถึง ทั้งงบประมาณ ความสะดวก และบริการหลังการซื้อ

ด้วยเหตุนี้ แคมเปญ Champion Deals จึงถูกออกแบบให้ครอบคลุมทั้งการลดราคาสูงสุดถึง 50% ลุ้นรับทีวีจอใหญ่ขนาด 85–98 นิ้ว ทุกสัปดาห์ รวมมูลค่า 900,000 บาท ข้อเสนอผ่อนชำระ 0% โปรแกรมเก่าแลกใหม่รับส่วนลดสูงสุด 10,000 บาท สิทธิประโยชน์สมาชิก The1 ไปจนถึงบริการจัดส่งและติดตั้งฟรี เพราะสำหรับเพาเวอร์บาย “ความคุ้มค่า” อาจไม่ได้หมายถึงส่วนลดเพียงอย่างเดียว แต่รวมถึงการช่วยให้ผู้บริโภคเข้าถึงเทคโนโลยีได้ง่ายขึ้น
ฟุตบอลโลกอาจเป็นเพียงมหกรรมกีฬาที่เกิดขึ้นทุก 4 ปี แต่สิ่งที่เกิดขึ้นระหว่างนั้น คือช่วงเวลาที่ผู้คนกลับมาใช้เวลาร่วมกันอีกครั้ง
และในวันที่บ้านกำลังกลายเป็น Stadium แห่งใหม่ บทบาทของแบรนด์อาจไม่ใช่เพียงทำให้ผู้บริโภคเข้าถึงเทคโนโลยี แต่คือการทำให้ทุกเสียงเชียร์ ทุกบทสนทนา และทุกความสัมพันธ์ เกิดขึ้นได้ใกล้ตัวมากขึ้น
เพราะท้ายที่สุดแล้ว เทคโนโลยีที่ดีต้องสามารถเชื่อมโยงผู้คนเข้าหากันได้มากที่สุด