กรณีศึกษา การปรับตัวของ “เด็กสมบูรณ์” จากซีอิ๊วคู่ครัวไทย สู่เครื่องปรุงรสในครัวโลก

กรณีศึกษา การปรับตัวของ “เด็กสมบูรณ์” จากซีอิ๊วคู่ครัวไทย สู่เครื่องปรุงรสในครัวโลก

4 ธ.ค. 2019
ผู้สนับสนุน..
กรณีศึกษา การปรับตัวของ “เด็กสมบูรณ์” จากซีอิ๊วคู่ครัวไทย สู่เครื่องปรุงรสในครัวโลก
“ผมมองว่าคู่แข่งที่สำคัญ คือ ตัวเราเอง
เพราะเรารู้ว่าตัวเองมีจุดอ่อนอะไร ดังนั้นจึงอยู่ที่ว่าเราจะแก้ไขทันหรือไม่”
ประโยคนี้เป็นคำพูดของคุณสมหวัง ตั้งสมบัติวิสิทธิ์
ทายาทรุ่นที่ 2 ที่มารับตำแหน่ง CEO ของบริษัท หยั่น หว่อ หยุ่น
เจ้าของแบรนด์ซีอิ๊วที่อยู่คู่ครัวไทยมาเป็นเวลากว่า 70 ปี
ในยุคปัจจุบันที่ธุรกิจแบบดั้งเดิมมักจะถูก disrupt โดยธุรกิจเกิดใหม่
อะไรเป็นสิ่งที่ทำให้แบรนด์เก่าแก่อย่างเด็กสมบูรณ์ประสบความสำเร็จมาจนถึงทุกวันนี้?
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
คนทั่วไปมักมองว่าธุรกิจจำเป็นต้องปรับตัวเวลาที่เศรษฐกิจอยู่ในช่วงขาลง

แต่ในมุมมองของคุณสมหวัง ธุรกิจจำเป็นจะต้องปรับอยู่อยู่ตลอดเวลา
ไม่ว่าตอนนั้นเศรษฐกิจจะอยู่ในช่วงขาขึ้น ขาลง หรือแม้แต่นิ่งๆ ก็ตาม

ความสำเร็จของแบรนด์เด็กสมบูรณ์จึงเกิดจากความยืดหยุ่นในการปรับตัว
ประกอบกับความเข้าใจตลาด เข้าใจแบรนด์ และเข้าถึงใจผู้บริโภค

ปัจจุบันการแข่งขันในตลาดเครื่องปรุงรสค่อนข้างสูง เด็กสมบูรณ์จึงต้องเตรียมพร้อมอยู่ตลอดเวลา

ที่น่าสนใจคือ คุณสมหวังมองว่าบริษัทอื่นในตลาดนี้เป็น “คู่ค้า” ไม่ใช่คู่แข่ง

โดยศึกษาจากบริษัทเหล่านี้ว่านำเสนออะไรให้ตลาด
เพื่อสะท้อนว่าเด็กสมบูรณ์ยังขาดอะไร ทำไมเขาถึงทำได้และเราทำไม่ได้
ซึ่งหากเราเป็นผู้เล่นรายเดียวในตลาด ก็อาจส่งผลให้เราไม่พัฒนาตัวเอง

ในเรื่องของแบรนด์ คุณสมหวังมองว่า “แบรนด์” ก็เหมือนกับ “คน”
คำถามที่ตามมา คือ เราต้องการให้คนๆ นั้นมีลักษณะอย่างไร? ทันสมัยหรือล้าสมัย?

สิ่งที่เด็กสมบูรณ์ทำเป็นประจำ ก็คือ ปรับปรุงและพัฒนาตราสินค้าให้ร่วมสมัยอยู่เสมอ
เพราะเป้าหมายของเด็กสมบูรณ์ คือ การเป็น “แบรนด์ร่วมสมัย” แต่ยังคง “ไม่ละทิ้งตัวตน”

แม้ว่าการปรับภาพลักษณ์ของแบรนด์ที่เก่าแก่เป็นเรื่องยาก แต่ก็ถือเป็นเรื่องที่จำเป็นต้องทำ

เด็กสมบูรณ์จึงพยายามนำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เพื่อเจาะกลุ่มคนในยุคปัจจุบัน
ไม่ใช่เฉพาะคนรุ่นใหม่เท่านั้น แต่รวมไปถึงกลุ่มเด็กด้วย

เพราะเมื่อเวลาผ่านไปเด็กเหล่านี้จะเติบโตขึ้น
ดังนั้นการสร้างแบรนด์ จึงต้องทำกับคนทุกเจเนอเรชัน

กลยุทธ์ที่เด็กสมบูรณ์เลือกใช้ คือ การประยุกต์สิ่งที่มีอยู่เดิม
แต่หาวิธีนำเสนอใหม่เพื่อเข้าถึงใจกลุ่มเป้าหมาย

กรณีตัวอย่างที่ประสบความสำเร็จ ก็คือ ไอศกรีมรสซีอิ๊วดำ
เรื่องนี้เกิดมาจากคำถามที่ว่า เด็กสมบูรณ์จะเข้าถึงใจกลุ่มเด็กๆ ได้อย่างไร
เป็นที่มาของการคิดนอกกรอบจากความเชื่อเดิมที่ว่า ซีอิ๊วต้องคู่กับของคาว
จึงเกิดคำถามว่า “แล้วทำไมเครื่องปรุงรสถึงต้องอยู่ในอาหารคาวอย่างเดียว?”
สุดท้ายได้ออกมาเป็นการนำซีอิ๊วดำสูตร 1 มา topping ไอศกรีม… ซึ่งอร่อยโดยที่ไม่ต้องปรับสูตรเลย
เพราะความแปลกใหม่ที่ใครๆ ก็คิดไม่ถึง
ทำให้เกิดเป็นกระแสบนโลกอินเทอร์เน็ต
แล้วจากจุดนั้นพัฒนามาเรื่อยๆ จนเป็นไอศกรีม soft serve รสซีอิ๊วดำ
และพัฒนาต่อยอดมาเป็น soft serve รสบ๊วย
และไอศกรีม hard serve รสซีอิ๊วดำ รสบ๊วย และล่าสุดคือ รสเต้าเจี้ยว
ถ้าเป็นเมื่อก่อนเวลามีกิจกรรมวันเด็ก
เด็กสมบูรณ์คงไม่รู้ว่าจะทำอะไร
เพราะหากไปแจกซีอิ๊วก็คงไม่มีใครสนใจ
แต่ตอนนี้สามารถนำไอศกรีมไปแจกได้
ทำให้กลุ่มเด็กมีโอกาสสัมผัสแบรนด์เด็กสมบูรณ์มากขึ้น
ล่าสุด แบรนด์เด็กสมบูรณ์ยังไม่หยุดเรียกเสียงฮือฮา
เปิดตัวชานมซีอิ๊วดำและฟัดจ์เค้กซีอิ๊วดำสูตร 1 ในงานมหกรรมอาหาร
จนได้รับความสนใจจากผู้คนที่ไปร่วมงานอย่างล้นหลาม

สำหรับกลุ่มคนรุ่นใหม่ เช่น กลุ่มนักศึกษา เริ่มทำงาน อยู่คอนโด หรือครอบครัวขนาดเล็ก
เด็กสมบูรณ์ก็แตกแบรนด์ i-chef ซึ่งจำหน่ายผลิตภัณฑ์เครื่องปรุงสำเร็จ
เพื่อมาตอบโจทย์ความสะดวกในการทำอาหาร

นอกจากนี้เด็กสมบูรณ์ยังได้จับเทรนด์สุขภาพ ภายใต้แบรนด์เด็กสมบูรณ์ Healthy Fit
ลดความเค็ม 40% ไม่ใส่สารปรุงแต่ง ไม่ใส่สารกันเสีย และเน้นการผลิตจากวัตถุดิบธรรมชาติ
ซึ่งก็ได้เสียงตอบรับที่ดีจากกลุ่มนักกีฬา รวมถึงกลุ่มคนรักสุขภาพทั้งในและต่างประเทศ

เด็กสมบูรณ์ไม่หยุดแค่เพียงในประเทศ แต่ยังตัดสินใจก้าวเข้าสู่ตลาดโลก
โดยมีวิสัยทัศน์ในการเป็นเครื่องปรุงรสคู่ครัวโลก
เริ่มทำตลาดในต่างประเทศมากว่า 20 ปี โดยต้องปรับตัวและเรียนรู้ตลอดเวลา
เพราะตลาดต่างประเทศมีความซับซ้อน
และในสังเวียนมีคู่แข่งมากมายจากหลายประเทศ

เมื่อต้องการขยายและต่อยอดในตลาดใหม่ๆ โดยเฉพาะในต่างประเทศ
สิ่งสำคัญที่คุณสมหวังมองหาก็คือ
คู่ค้าหรือ พาร์ตเนอร์ที่มีประสบการณ์ และมุ่งมั่นที่จะเติบโตไปพร้อมกัน
ซึ่งสำหรับเด็กสมบูรณ์ “ธนาคารยูโอบี” เป็นคำตอบสำหรับโจทย์นี้

ธนาคารยูโอบีมีความน่าเชื่อถือและเป็นธนาคารอันดับต้นๆ ของสิงคโปร์
ที่สำคัญคือมีวิสัยทัศน์ก้าวไกล และสอดคล้องกับเด็กสมบูรณ์

เริ่มจากโครงการแรกที่ขนาดไม่ใหญ่
ที่ทำให้ได้เห็นความเชี่ยวชาญและความรู้แบบสากล
โดยประยุกต์ให้เข้ากับบริบทของประเทศไทย

จากโครงการที่ทำร่วมกันจากขนาดเล็กๆ
ก็เริ่มขยายใหญ่และครอบคลุมในหลายส่วนของธุรกิจ
ซึ่งพาร์ตเนอร์ที่ดี ช่วยให้การต่อยอดและเติบโตราบรื่น และลงตัว

อ่านมาถึงตรงนี้ เรื่องของเด็กสมบูรณ์ถือเป็นกรณีศึกษาที่น่าสนใจ

ความท้าทายของแบรนด์ที่เก่าแก่อย่างเด็กสมบูรณ์
คือการก้าวไปพร้อมกับโลกที่กำลังเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา

การปรับตัวและการมีพาร์ตเนอร์ที่มุ่งมั่นเติบโตไปพร้อมกันจึงเป็นสิ่งที่จำเป็น
เพราะไม่ว่าความสำเร็จในอดีตจะยิ่งใหญ่ขนาดไหน
ไม่ได้บ่งบอกว่าความสำเร็จนี้จะคงอยู่ตลอดไป
ผู้ที่ไม่หยุดนิ่งเท่านั้นจึงจะอยู่รอดและเติบโต
© 2017-2020 Longtunman. All rights reserved.